การจัดการความขัดแย้งและการเจรจาต่อรองสำหรับหัวหน้างาน - Navigating Conflict and Negotiation for Supervisors
- สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณกานต์สินี / คุณธนวรรณ โทรศัพท์ : 065-3916594
- อาจารย์ อจิรภาส์ จุลศักดิ์ศรี
ในบริบทการทำงานจริง โดยเฉพาะงานที่ต้องสื่อสารภายใต้แรงกดดันสูง ความขัดแย้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งกับลูกค้า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือภายในทีมงานเอง หลักสูตรนี้ออกแบบบนความเข้าใจว่า ความขัดแย้งไม่ใช่ความล้มเหลวของการทำงาน แต่เป็นสถานการณ์ปกติที่หัวหน้างานต้องเผชิญอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่สร้างความแตกต่างระหว่างหัวหน้างานทั่วไปกับหัวหน้างานมืออาชีพ ไม่ใช่การหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง แต่คือความสามารถในการมองสถานการณ์ให้ครบ เข้าใจผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เลือกวิธีสื่อสารอย่างเหมาะสม และรับมือกับความขัดแย้งอย่างมีสติและเป็นระบบ
หลักสูตรนี้จึงมุ่งพัฒนาหัวหน้างานให้สามารถนำทักษะการจัดการความขัดแย้งและการเจรจาต่อรองไปใช้ได้จริง ทั้งในงานประจำวัน และในการดูแล ให้คำแนะนำ เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่ยังคงรักษาผลลัพธ์ของงาน ควบคู่ไปกับความสัมพันธ์และความร่วมมือ ในระยะยาว |
| วัตถุประสงค์ |
1. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจธรรมชาติของความขัดแย้งในการทำงาน ตระหนักว่าความขัดแย้งเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ และสามารถวิเคราะห์สาเหตุของความขัดแย้ง
2. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถมองสถานการณ์ความขัดแย้งในมุมมองของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและประเมินผลกระทบในลักษณะ Win–Win อย่างเป็นจริง ใช้ประกอบการตัดสินใจและการสื่อสาร
3. ผู้เข้าอบรมสามารถใช้ทักษะการสื่อสาร การฟังและการจัดการอารมณ์ เพื่อลดความคลาดเคลื่อน ป้องกันความขัดแย้งที่ ไม่จำเป็นและสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการพูดคุยเชิงสร้างสรรค์
4. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถเลือกวิธีการจัดการความขัดแย้งและการเจรจาต่อรองได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ โดยประยุกต์ใช้เทคนิคและเครื่องมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ |
| เนื้อหาหลักสูตร |
|
Module 1 : รู้จักความขัดแย้ง (KNOW)
• กิจกรรม Same Situation, Different Meaning เพื่อให้เข้าใจการเกิดความขัดแย้ง เห็นว่า เราไม่สามารถทำงานโดยปราศจากความขัดแย้งได้ แต่เราสามารถเลือก “วิธีตอบสนอง” ต่อความขัดแย้งได้
• ความหมายความขัดแย้ง ผลดีของความขัดแย้งและมุมมองที่มีต่อความขัดแย้ง เปลี่ยนจาก “ความขัดแย้งคือปัญหา” เป็น “ความขัดแย้งคือสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอและจัดการได้”
• สำรวจสาเหตุของความขัดแย้ง เช่น ความคาดหวังไม่ตรงกัน ข้อมูลไม่ครบ อารมณ์ เป็นต้น
Module 2 : ป้องกันความขัดแย้ง (PREVENT) และพื้นฐานสำคัญของการจัดการความขัดแย้ง
• ลดความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น ด้วยการสื่อสาร การฟัง และการมองผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบด้าน
• Know Your Objectives ก่อนจะพูด ก่อนจะฟัง ต้องรู้ว่า “เราต้องการผลอย่างไร”
• Understand the Other Side เข้าใจ Stakeholder ผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย เพื่อลดความขัดแย้งและไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจ
• กิจกรรม : วิเคราะห์ Stakeholder Win–Win Mapping ในสถานการณ์ความขัดแย้ง วิเคราะห์สถานการณ์ Stakeholder แต่ละฝ่ายคือใคร, แต่ละฝ่าย “ได้อะไร / เสียอะไร” เพื่อเลือกวิธีการที่เหมาะสมที่สุด
• กิจกรรม : Broken Message Exercise ผู้เรียนจะตระหนักและเข้าใจคลาดเคลื่อนของการสื่อสารโดยเฉพาะใน สถานการณ์ที่มีอารมณ์และความกดดัน
• เทคนิคลดความคลาดเคลื่อนในการสื่อสาร (Communication Gap) ลดความขัดแย้ง
o เช็คว่าสิ่งที่พูด = สิ่งที่อีกฝ่ายได้ยิน
o น้ำเสียง คำพูด และอารมณ์ ส่งผลต่อความหมาย
o การฟังเพื่อเข้าใจ ไม่ใช่เพื่อโต้เถียง
o เช็คสัญญาณเตือนว่าเรากำลังฟังไม่ครบ
o การสื่อสารที่ลดแรงปะทะ ยืนยันกรอบ โดยไม่ยั่วยุอารมณ์ การสื่อสารเชิงตั้งคำถามแทนการโต้เถียง
o Check-back Question ประโยค “ทวนความเข้าใจ” ก่อนที่ความคลาดเคลื่อนจะกลายเป็นความขัดแย้ง
Module 3 : รับมือความขัดแย้ง (HANDLE) เลือกวิธีจัดการความขัดแย้งและการเจรจาให้เหมาะกับสถานการณ์ โดยไม่ ทำลายงานและความสัมพันธ์ 2 ขั้นตอนหลักสำคัญ
• ตอนนี้ควรใช้ท่าทีแบบไหน โมเดลพฤติกรรมการจัดการความขัดแย้ง TK Conflict Model (Dual Concern Model – Thomas–Kilmann)
o รูปแบบพฤติกรรม หลีกเลี่ยง (Avoiding), ยอมตาม (Accommodating), ประนีประนอม (Compromising), เอาชนะ (Forcing), ร่วมมือกัน (Collaborating)
o กิจกรรม : Conflict Style Mapping วิเคราะห์เคสจริงจากงาน เลือกพฤติกรรมที่เหมาะพร้อมอธิบายเหตุผลตามแกน งาน-ความสัมพันธ์
• ถ้าต้องเจรจา ควรเจรจาด้วยหลักคิดอะไร หลักคิดการเจรจาต่อรองแบบเน้นผลประโยชน์ Principled Negotiation (Harvard Negotiation Project /Getting to Yes – Fisher & Ury)
o หลักการสำคัญ 4 ประการ โมเดลนี้ช่วยให้การเจรจาไม่กลายเป็นเกมแพ้–ชนะ แต่เป็นการหาทางออกที่ยอมรับได้ในระยะยาว
o จากหลักคิดสู่กระบวนการเจรจาต่อรองเชิงปฏิบัติ (CLEAR Negotiation Steps) พร้อมประโยคพื้นฐานที่สามารถปรับใช้ได้ในแต่ละสถานการณ์
• C – Cool Down: ลดอารมณ์ สร้างพื้นที่ปลอดภัยก่อนคุยเหตุผล
• L – Listen: ฟังข้อจำกัดและผลประโยชน์ที่แท้จริงของอีกฝ่าย
• E – Explore Options: เสนอทางเลือกมากกว่าหนึ่ง ไม่บีบให้เลือกทันที
• A – Agree with Conditions: ตกลงพร้อมเงื่อนไขที่ชัดเจนและวัดได้
• R – Record & Reinforce: สรุป ย้ำ และยืนยันข้อตกลง
กิจกรรมฝึกปฏิบัติ (Practice) สถานการณ์เจรจาที่มีความตึงเครียด โดยใช้เรื่องมือที่เรียนมา
• สรุปการอบรม ถามตอบ
|
| รูปแบบการอบรม |
- การบรรยายเชิงปฏิสัมพันธ์ (Interactive Lecture)
- การเรียนรู้แบบผู้ใหญ่ (Adult and Active Learning)
- การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Class Sharing)
- กิจกรรมในชั้นเรียน (Workshop) |
| ผู้ที่เหมาะสมในการอบรม |
| - พนักงานระดับ Supervisor – Senior Supervisor |
| วิทยากร : อาจารย์ อจิรภาส์ จุลศักดิ์ศรี |
• วิทยากร ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ผลรายบุคคลด้วยแบบทดสอบ DISC ให้กับองค์กรภาครัฐและเอกชน อาทิเช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) / ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) / บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด / มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรต / วชิราวุธวิทยาลัย / บริษัท คุมอง (ไทยแลนด์)จำกัด / คาเฟ่ อเมซอน / โรงเรียนอัสสัมชัน สมุทรปราการ / บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) / บริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น
• ที่ปรึกษาในการดูแลโครงการค้นหาตัวตนและการสำรวจอาชีพ ผ่านการประเมิน myCAREER
• Certified Behavioral Consultant DISC Certification from DISC insights |
สนใจอบรม In-House Training สามารถติดต่อ ได้ที่
คุณกานต์สินี หรือ คุณธนวรรณ โทรศัพท์ 065-3916594
email : cs@geniustraining.co.th |
สมัครอบรมสัมมนา